ศิลปินพื้นบ้านหมอลำที่เป็นที่รู้จักในนาม หมอลำทำเกษตร คือ นางอรุณรัตน์ จำปาเทศ หรือ หมอลำอรุณี พูลสว่าง ศิลปินพื้นบ้านหมอลำผู้สืบทอดการเป็นหมอลำมาจากบิดา คือ หมอลำสวัสดิ์ พูลสว่าง อดีตเจ้าของคณะหมอลำหมู่ ส.รุ่งเรืองศิลป์ แต่ได้เรียนลำกลอนจากหมอลำบุญมาก บ้านฝางคำ จึงได้เป็นศิลปินหมอลำกลอนวาดอุบล ปัจจุบันได้ตั้งศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ณ บ้านนาเจริญ ตำบลคันไร่ อำเภอ สิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรในรูปแบบการแสดงศิลปะพื้นบ้าน หมอลำกลอนอุบล จนมีชื่อเสียง และมีลูกศิษย์เข้ามาเรียนลำด้วยหลายรุ่น นอกจากนี้ ในเขตอำเภอสิรินธร ยังมีกลุ่มศิลปินหมอลำชั้นครูที่อนุรักษ์และสืบสานศิลปะพื้นบ้านแขนงนี้ ได้แก่ หมอลำสายทอง ไชยโกฏิ หมอลำอัมรา ต้นทอง รวมไปถึงหมอแคน ได้แก่ หมอแคนทองดี ไชยโกฏิ หมอแคนไพศาล แสงทอง เป็นต้น ด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ในอำเภอสิรินธรยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางศิลปะการแสดงพื้นบ้านหมอลำไว้อย่างเข้มแข็ง มีศิลปินพื้นบ้านรุ่นครู รุ่นกลาง และลูกศิษย์รุ่นใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาสืบทอดการแสดงหมอลำ ถึงแม้มีจำนวนไม่มากนักแต่ยังคงมีการสอบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลอนลำที่อนุรักษ์สืบทอดมานั้น เป็นหมอลำกลอนวาดอุบล หรือ ทำนองอุบล อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี และถือได้ว่า ลำกลอนวาดอุบล เป็นกระบวนแบบการลำที่ได้รับการยอมรับว่ามีความไพเราะ มีระเบียบแบบแผน เนิบช้า ชัดถ้อยชัดคำ และได้รับความนิยมจากผู้ชมผู้ฟังอย่างกว้างขวาง (พรสวรรค์ พรดอนก่อ และ คณะ, 2560) และเป็นที่สังเกตว่าศิลปินหมอลำที่ได้รับการประกาศให้เป็นศิลปินแห่งชาติในสาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้าน (หมอลำ) ทั้ง 6 ท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นหมอลำวาดอุบลทั้งสิ้น ซึ่งปัจจุบันในเขตอำเภอสิรินธรได้มีการอนุรักษ์ และสืบทอดหมอลำกลอนวาดอุบล และมีชื่อเสียงในนาม หมอลำทำเกษตร
ต้นที คือ พุ่มที่ประดับด้วยร่มกระดาษ จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เชื่อว่าอานิสงส์จะบันดาลให้ร่มเย็นเป็นสุขและมียศถาบรรดาศักดิ์
ดงบ่อ ตั้งอยู่บ้านดงเย็น ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณพื้นที่บ้านดงเย็นเป็นพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งติดอยู่กับวัดเกาะบ่อพันขันรัตนโสภณ โดยมีพื้นที่ติดกับบริเวณแม่น้ำซึ่งให้ความอุดมสมบูรณ์สามารถให้ต้นไม้เจริญเติบโต ในบริเวณดงบ่อพบป่าไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นเปลือย ต้นแต้ ต้นติ้ว ต้นแดง ต้นอะราง ต้นประดู่ ต้นพยุง ความสำคัญของดงบ่อชาวบ้านแถบพื้นที่บริเวณนั้นอาศัยการหาของป่า เก็บเห็ด ตามฤดูกาล หรือหาสัตว์จำพวกแมลง เช่น ด้วงกินูน ในช่วงหน้าแล้งจะมีการเผาป่าเนื่องจากเกิดไฟลุกลามจากพื้นที่ทำเกษตรกรรมทำให้ป่าดงบ่อเกิดความเสียหาย
เลขที่ หมู่ที่5 : ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา 90330
สระผือ(คูน้ำชั้นนอก) อยู่ในเขตพื้นที่ของบ้านโนนเมือง สาเหตุที่ได้ชื่อว่าสระผือนั้นเพราะว่า สมัยก่อน มีต้นผือ หรือกกอยู่ภายในสระจำนวนมาก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจึงได้ใช้ประโยชน์จากต้นผือในการทอเสื่อ ปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นต้นผือเป็นจำนวนมากอยู่ในบริเวณสระผือ