โครงการนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขยะเศษอาหาร

Project Image

ปัจจุบันในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางกะเจ้า มีประชากรเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่เป็นขยะจากครัวเรือน ซึ่งเป็นขยะอินทรีย์จำพวกเศษผัก เปลือกผลไม้ และเศษอาหาร มีสัดส่วนมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นขยะจำพวกกระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ และอโลหะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ขยะอินทรีย์ไม่ค่อยถูกคัดแยก แต่จะถูกทิ้งปะปนไปกับขยะชนิดอื่นๆ จึงทำให้ขยะรีไซเคิลไม่คุ้มค่าในการนำกลับมาใช้ และหากไม่มีมาตรการในการควบคุมหรือลดปริมาณขยะมูลฝอยลงจะทำให้มูลฝอยตกค้างในชุมชนจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิดตามหลักการ 3RS และนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางกะเจ้า โดยการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง และนำมาแปรรูปทำให้เกิดประโสชน์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงมีแนวคิดในการจัดจำโครงการ “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขยะเศษอาหาร” เพื่อลดการทิ้งขยะอินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เชื้อโรคปนเปื้อนและปัญหาทางด้านมลพิษทางอากาศ เพื่อช่วยให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรหรือผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริม มีรายได้จากการผลิตปุ๋ยชีวภาพและลดปัญหาขยะภายในบ้านเรือน ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีตลอดจนเป็นการลดปริมาณการตกค้างของสารเคมี รวมทั้งเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนตำบลบางกะเจ้า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โครงการสร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

มหาวิทยาลัยราภัฏธนบุรี ได้น้อมนําพระบรมราโชบายของการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นโดยการ นํายุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มาใช้เป็นแนวทางในการจัดทําแผนพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏ ระยะ 5 ปีพ.ศ.2565 – 2569 ด้านการศึกษา ด้านการวิจัย ด้านการบริการวิชาการ รวมถึงการทํานุบํารุง ศิลปวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การพัฒนาการศึกษาของท้องถิ่นการถ่ายทอดองค์ความรู้นวัตกรรม เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ด้านการบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราภัฏธนบุรี ได้น้อมนําพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้กับชุมชนฐานราก โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ด้านสินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย และสินค้าที่เป็นอัตลักษณของชุมชนท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้มีแนวคิดในการดําเนินงานถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากรวมถึง การส่งเสริมการตลาดเพื่อยกระดับรายได้และเศรษฐกิจฐานราก ที่นําไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน

รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งเสริมดูแลสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชนทั้งประเทศจึงกำหนดเป็นนโยบายในการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนในเรื่องของการดูแลสุขภาวะและสุขอนามัยของประชาชนในชุมชน เชื่อว่าหากประชาชนมีสุขภาพที่ดีจะส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย และเมื่อประชาชนในชาติมีสุขภาพที่ดี ส่งผลให้การพัฒนาประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง เพื่อการตอบสนองต่อนโยบายและกลยุทธ์ของการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะอนามัยของรัฐบาล และเพื่อเป็นการรองรับการเปลี่ยนแปลงของปัญหาสุขภาพและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามบริบทของโลก และเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการป้องกันเหตุและช่วยเหลือผู้อื่น สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วยการมีส่วนร่วมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเองในมิติด้านสุขภาพและสังคมให้กับชุมชน ประชาชน เด็ก และเยาวชน ดังนั้นคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้มีแนวคิดในการจัดโครงการเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน โดยการอบรมหลักสูตรปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน จึงเป็นหลักสูตรที่สำคัญซึ่งจะทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ที่ถูกต้องและได้รับการฝึกฝนอย่างชำนาญ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้อื่นได้ในเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องก่อนนำส่งสถานพยาบาลต่อไป

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการป้องกันเหตุและช่วยเหลือผู้อื่น สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วยการมีส่วนร่วมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเองในมิติด้านสุขภาพ

2. เพื่อสร้างความรู้ที่ถูกต้องและได้รับการฝึกฝนอย่างชำนาญ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้อื่นได้ในเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องก่อนนำส่งสถานพยาบาลต่อไป

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อโครงการการพัฒนาระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมผ่าน IoT เพื่อพืชสมุนไพรทางการเกษตร

Project Image

ปัจจุบันแรงงานในการทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ จึงจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาการเกษตรให้มีความสะดวกและลดแรงงานลง โดยการนำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาช่วยและใช้แรงงานที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คุณภาพของการทำเกษตรที่ผลิตได้จะมีคุณภาพมากขึ้น การนำระบบการทำเกษตรอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรจะก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชุมชนอย่างมาก เนื่องจากระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติมีกระบวนการจัดการการควบคุมปริมาณความชื้นและอุณหภูมิการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จึงถือเป็นโอกาสของคนในชุมชนที่จะทำให้การเกษตรมีคุณภาพที่ดีขึ้น การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรด้วยระบบท่อมีผลดีคือ ทำให้มีการกระจายน้ำได้ทั่วถึงมีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปีในช่วงหน้าแล้ง ใช้น้ำทางระบบท่อทำให้พืชผลทางการเกษตรได้ผลดี การบริหารจัดการน้ำก็เป็นปัญหาร้ายแรงปัญหาหนึ่ง ทุกวันนี้ “ภัยแล้ง” กับ “ภัยน้ำหลาก” เป็นภัยประจำปีสลับกันมาเยือนเมื่อยังไม่ถึงหน้าฝนก็จะขาดแคลนน้ำ ครั้นถึงหน้าฝนน้ำก็จะหลากท่วม และจะเกิดขึ้นประจำตลอดปี การจัดการทรัพยากรน้ำและแหล่งน้ำของชุมชนที่ผ่านมานั้น มักมุ่งเน้นการจัดหาแหล่งน้ำในชุมชนหรือทรัพยากรในพื้นที่แหล่งน้ำมาใช้ตอบสนองความต้องการทางการเกษตรกลับกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดความเสื่อมโทรมในระบบนิเวศและพื้นที่แหล่งน้ำอย่างหนัก การส่งเสริมให้คนในชุมชนที่ได้ปลูกพืชผักการเกษตรและได้เข้าถึงการใช้เครื่องมือระบบการจัดการน้ำอัตโนมัติที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนเกษตรกรใช้ได้จริง จะเป็นประโยชน์อย่างมากเครื่องมือที่นำมาใช้ปัจจุบันต้องมีความสะดวกรวดเร็วง่ายต่อการใช้งาน โครงการติดตั้งระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติจึงเป็นการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นการแนะนำและหาวิธีให้เกษตรกรในชุมชนเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

          อย่างไรก็ตามความสำเร็จของการทำการเกษตรต้องคำนึงถึงวิธีการผลิตของเกษตรกรให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อคนในชุมชนที่ขาดความรู้ในการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อทำการเกษตรและยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเพียงพอ การจัดการระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติเพื่อการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในชุมชนจะนำมาซึ่งการผลิตพืชผักสวนครัวให้ตรงตามความต้องการของคนในชุมชนจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น การติดตั้งระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติเป็นส่วนหนึ่งในทางการเกษตร ซึ่งสามารถทำให้เกษตรกรลดเวลา ลดแรงงาน ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ เพิ่มผลผลิต โครงการติดตั้งระบบจ่ายน้ำเพื่อการเกษตรนี้จึงมีเป้าหมายหลักคือ การพัฒนาและส่งเสริมการจัดการระบบน้ำ เพื่อการผลิตพืชผักสวนครัวที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนมีการพัฒนาความรู้ความสามารถในการปลูกพืชผักที่ใช้ระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติให้มีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป

          ดังนั้น สาขาวิชาวิศวกรรมการจัดการระบบราง จึงจัดทำโครงการขึ้นเพื่อให้คนในชุมชนหันมาสนใจในการทำการระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมผ่าน IoT เพื่อผลิตพืชสมุนไพรทางการเกษตรในชุมชน ลดเวลา ลดแรงงาน ลดต้นทุน สร้างแรงกระตุ้นให้คนในชุมชนสนใจเรื่องการดูแลพืชสมุนไพรทางการเกษตร และระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติง่ายต่อการปลูกพืชผักชนิดอื่นๆ ที่ชุมชนต้องการปลูกเพื่อทำสมุนไพรต่อไป

 

2.  วัตถุประสงค์

          2.1เพื่อให้คนในชุมชนเกิดความรู้ในระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมผ่าน IoT สำหรับพืชสมุนไพรทางการเกษตร

2.2 เพื่อให้คนในชุมชนรับความรู้ความเข้าใจในระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมผ่าน IoT สำหรับพืชสมุนไพรทางการเกษตร

2.3 เพื่อควบคุมระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมผ่าน IoT สำหรับพืชสมุนไพรทางการเกษตร

 

3.  กลุ่มเป้าหมาย

          ชุมชนตลาดไทยรุ่งทิพย์ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

 

4. ผลผลิต (Out) และผลลัพธ์ (Out Come)

          4.1 ผลผลิต (Out put)

                    1. ระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อพืชสมุนไพรทางการเกษตรในชุมชน

                    2. รายงานประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI)

                    3. ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานในวารสารตามเกณฑ์ กพอ.

          4.2 ผลลัพธ์ (Out Come)

                    1. ชุมชนตลาดไทยรุ่งทิพย์ได้ใช้น้ำด้วยระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติด้วยการควบคุมผ่านระบบ IoT

                    2. ผลการประเมิน SROI ไม่น้อยกว่า 1

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การพัฒนาสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย

1. หลักการและเหตุผล

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทคอนซูเมอร์โปรดัคต์ที่มีอยู่ทุกครัวเรือน ได้แก่ พัดลม เครื่องรับโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และเตาอบไมโครเวฟ เป็นต้น  บางครอบครัวอาจมีได้หลายเครื่องขึ้นอยู่กับฐานะความจำเป็นที่ต้องใช้งานเป็นหลัก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ดังกล่าวเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งย่อมชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา ตัวอย่างเช่น วงจรภาคจ่ายไฟซึ่งต้องทำงานหนักมากกว่าวงจรในภาคส่วนอื่นๆ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เกิดความชำรุดเสียหายก็จะเป็นเรื่องยากสำหรับช่างซ่อมบริการที่มีประสบการณ์น้อยหรือเรียนรู้ไม่ทันกับเทคโนโลยีใหม่ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปหลักการซ่อมก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน เหตุดังกล่าวจึงทำให้ช่างไม่สามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้  ปัญหาของวงจรภาคจ่ายไฟแบบสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายในเครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกประเภทที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 220 V , 50 Hz  เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ เครื่องเสียง เครื่องรับโทรทัศน์ แม้กระทั่งหลอดประหยัดไฟคอมแพ็คจากที่ใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็หันมาใช้วงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายในการจ่ายกำลังงาน  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันภาครัฐได้มีการรณรงค์ให้ภาคครัวเรือนร่วมช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยหันมาใช้พลังงานทางเลือกแทนหรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำในขณะที่ยังให้ประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือดีกว่า ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงได้นำระบบสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายมาใช้งานแทนระบบลิเนียร์เพาเวอร์ซัพพลายเนื่องจากมีน้ำหนักที่เบากว่าและให้ประสิทธิภาพในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่สูง ได้มีการนำสวิตชิ่งทั้งรูปแบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) และคอนเวอร์เตอร์ (Convertor) มาใช้ในตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องรับโทรทัศน์ LCD ซึ่งทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้การทำงานของสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายยังมีชุดวงจรป้องกันต่างๆ ที่คอยตรวจสอบความผิดปกติของแรงดันและกระแสที่จ่ายให้กับโหลดอยู่ตลอดเวลา และสามารถสั่งให้เปิด-ปิดการทำงานด้วยไอซีไมโครคอมพิวเตอร์หรือ CPU ที่ภายในบรรจุด้วยซอฟแวร์อัจฉริยะควบคุมอีกชั้นหนึ่ง  ดังนั้นการเรียนรู้ให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่องานซ่อมบริการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการอบรมในครั้งนี้จะเจาะลึกวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งภาคทฤษฎีและเชิงปฏิบัติการโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานซ่อมที่มีประสบการณ์ ชี้แนะและวิเคราะห์อาการเสียก่อนลงมือปฏิบัติการทำให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดจะช่วยลดเวลาในการซ่อมและลดต้นทุนค่าอะไหล่ได้อย่างมาก เนื่องจากวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ 220 V, 50 Hz  กรณีโหลดเกิดการลัดวงจรอาจเกิดการระเบิดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จนลุกไหม้ทำให้อุปกรณ์อื่นๆเสียหายตามไปด้วย และถ้าหากผู้ซ่อมไม่ระมัดระวังก็อาจถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตได้เช่นกัน ดังนั้นการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก และควรใช้เครื่องมือที่สามารถป้องกันเหตุดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นได้ 

          โครงการ การพัฒนาสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย เป็นโครงการอบรมให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายรูปแบบต่างๆ และสามารถสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดไว้ใช้งานเองให้มีความปลอดภัยในขณะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและทำให้มีความมั่นใจในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

2.  วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ การทำงานของวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายรูปแบบต่างๆ ให้กับช่างซ่อมบริการในชุมชน

          2.2 เพื่อสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูด

          2.3 เพื่อยกระดับฝีมือและสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับช่างซ่อมบริการในชุมชน

3.  กลุ่มเป้าหมาย

          þ ชุมชนวัดบุปผาราม   แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี  กรุงเทพมหานคร จำนวน 40 คน

¨ วิสาหกิจชุมชน ……………………………………………………..………..

¨ ผู้ประกอบการ

 

4.  ผลผลิต (Output) และผลลัพท์ (Outcome)

          4.1 ผลผลิต (Output)

1. ได้เครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย จำนวน 1 นวัตกรรม

                    2. รายงานการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI)

                    3. พัฒนาผลงานเผยแพร่ตีพิมพ์ตามหลักเกณฑ์ กพอ. จำนวน 1 ชิ้น

4.2 ผลลัพท์ (Outcome)

1. ช่างซ่อมบริการมีความปลอดภัยจากโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูด

                    2. ผลการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) อย่างน้อย 2.0

3. รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม มากกว่า ร้อยละ 10

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม