ชื่อโครงการ

การพัฒนาสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย

ปีโครงการ

2568

หมวดหมู่โครงการ

ประเด็นที่ 1 โครงการนวัตกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

ข้อมูลรายละเอียดโครงการ

1. หลักการและเหตุผล

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทคอนซูเมอร์โปรดัคต์ที่มีอยู่ทุกครัวเรือน ได้แก่ พัดลม เครื่องรับโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และเตาอบไมโครเวฟ เป็นต้น  บางครอบครัวอาจมีได้หลายเครื่องขึ้นอยู่กับฐานะความจำเป็นที่ต้องใช้งานเป็นหลัก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ดังกล่าวเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งย่อมชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา ตัวอย่างเช่น วงจรภาคจ่ายไฟซึ่งต้องทำงานหนักมากกว่าวงจรในภาคส่วนอื่นๆ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เกิดความชำรุดเสียหายก็จะเป็นเรื่องยากสำหรับช่างซ่อมบริการที่มีประสบการณ์น้อยหรือเรียนรู้ไม่ทันกับเทคโนโลยีใหม่ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปหลักการซ่อมก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน เหตุดังกล่าวจึงทำให้ช่างไม่สามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้  ปัญหาของวงจรภาคจ่ายไฟแบบสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายในเครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกประเภทที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 220 V , 50 Hz  เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ เครื่องเสียง เครื่องรับโทรทัศน์ แม้กระทั่งหลอดประหยัดไฟคอมแพ็คจากที่ใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็หันมาใช้วงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายในการจ่ายกำลังงาน  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันภาครัฐได้มีการรณรงค์ให้ภาคครัวเรือนร่วมช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยหันมาใช้พลังงานทางเลือกแทนหรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำในขณะที่ยังให้ประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือดีกว่า ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงได้นำระบบสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายมาใช้งานแทนระบบลิเนียร์เพาเวอร์ซัพพลายเนื่องจากมีน้ำหนักที่เบากว่าและให้ประสิทธิภาพในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่สูง ได้มีการนำสวิตชิ่งทั้งรูปแบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) และคอนเวอร์เตอร์ (Convertor) มาใช้ในตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องรับโทรทัศน์ LCD ซึ่งทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้การทำงานของสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายยังมีชุดวงจรป้องกันต่างๆ ที่คอยตรวจสอบความผิดปกติของแรงดันและกระแสที่จ่ายให้กับโหลดอยู่ตลอดเวลา และสามารถสั่งให้เปิด-ปิดการทำงานด้วยไอซีไมโครคอมพิวเตอร์หรือ CPU ที่ภายในบรรจุด้วยซอฟแวร์อัจฉริยะควบคุมอีกชั้นหนึ่ง  ดังนั้นการเรียนรู้ให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่องานซ่อมบริการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการอบรมในครั้งนี้จะเจาะลึกวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งภาคทฤษฎีและเชิงปฏิบัติการโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานซ่อมที่มีประสบการณ์ ชี้แนะและวิเคราะห์อาการเสียก่อนลงมือปฏิบัติการทำให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดจะช่วยลดเวลาในการซ่อมและลดต้นทุนค่าอะไหล่ได้อย่างมาก เนื่องจากวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ 220 V, 50 Hz  กรณีโหลดเกิดการลัดวงจรอาจเกิดการระเบิดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จนลุกไหม้ทำให้อุปกรณ์อื่นๆเสียหายตามไปด้วย และถ้าหากผู้ซ่อมไม่ระมัดระวังก็อาจถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตได้เช่นกัน ดังนั้นการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก และควรใช้เครื่องมือที่สามารถป้องกันเหตุดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นได้ 

          โครงการ การพัฒนาสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย เป็นโครงการอบรมให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายรูปแบบต่างๆ และสามารถสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดไว้ใช้งานเองให้มีความปลอดภัยในขณะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและทำให้มีความมั่นใจในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

2.  วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ การทำงานของวงจรสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายรูปแบบต่างๆ ให้กับช่างซ่อมบริการในชุมชน

          2.2 เพื่อสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูด

          2.3 เพื่อยกระดับฝีมือและสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับช่างซ่อมบริการในชุมชน

3.  กลุ่มเป้าหมาย

          þ ชุมชนวัดบุปผาราม   แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี  กรุงเทพมหานคร จำนวน 40 คน

¨ วิสาหกิจชุมชน ……………………………………………………..………..

¨ ผู้ประกอบการ

 

4.  ผลผลิต (Output) และผลลัพท์ (Outcome)

          4.1 ผลผลิต (Output)

1. ได้เครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย จำนวน 1 นวัตกรรม

                    2. รายงานการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI)

                    3. พัฒนาผลงานเผยแพร่ตีพิมพ์ตามหลักเกณฑ์ กพอ. จำนวน 1 ชิ้น

4.2 ผลลัพท์ (Outcome)

1. ช่างซ่อมบริการมีความปลอดภัยจากโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูด

                    2. ผลการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) อย่างน้อย 2.0

3. รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม มากกว่า ร้อยละ 10

 

ชื่อโครงการย่อย

6.1 โครงการย่อย : . อบรมเชิงปฏิบัติการวงจรเรียงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแตรง

6.2 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการวงจรขยายสัญญาณขนาดเล็กและไอซีออปแอมป์

6.3 โครงการย่อย :  อบรมเชิงปฏิบัติการวงจรกำเนิดสัญญาณรูปคลื่นสี่เหลี่ยม

6.4 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการวงจรควบคุมแรงดันไฟตรงให้คงที่และปรับค่าได้

6.5 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการวงจรควบคุมทิศทางการหมุนของมอเตอร์ดีซี

6.6 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการวงจรป้องกันลำโพงและเพาเวอร์ออนรีเซ็ตในระบบไมโครคอนโทรลเลอร์

6.7 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการพื้นฐานวงจรสวิตชิงเพาเวอร์ซัพพลาย

6.8 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการสวิตชิงเพาเวอร์ซัพพลายบัค  บูสต์ ฟลายแบ็ค และฮาร์ฟบริดจ์ คอนเวอร์เตอร์  

6.9 โครงการย่อย : อบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิงเพาเวอร์ซัพพลาย 

 

ผลผลิต (Output)

4.1 ผลผลิต (Output)

1. ได้เครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย จำนวน 1 นวัตกรรม

                    2. รายงานการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI)

                    3. พัฒนาผลงานเผยแพร่ตีพิมพ์ตามหลักเกณฑ์ กพอ. จำนวน 1 ชิ้น

ผลลัพธ์ (Outcome)

4.2 ผลลัพท์ (Outcome)

1. ช่างซ่อมบริการมีความปลอดภัยจากโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูด

                    2. ผลการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) อย่างน้อย 2.0

3. รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม มากกว่า ร้อยละ 10 

ผลสำเร็จโครงการ

        1. ได้เครื่องมือป้องกันโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูดสำหรับช่างซ่อมสวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย จำนวน 1 นวัตกรรม

         2. รายงานการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เท่ากับ 25.69

           3. ช่างซ่อมบริการมีความปลอดภัยจากโหลดลัดวงจรและไฟฟ้าดูด

            4. รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม มากกว่า ร้อยละ 10 

ผลลัพธ์ SROI

การตีพิมพ์เผยแพร่

:

ที่อยู่

ชุมชนศรีประดู่ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 

กรรมการ

          1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สถาพร  จำรัสเลิศลักษณ์                 ประธานกรรมการ

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิสุทธิ์พงศ์  คงรุ่งโชค                    กรรมการ

3. อาจารย์ชาญฉจิต  วรรณนุรักษ์                               กรรมการ

4. อาจารย์ประยุทธ  นิสภกุล                                      กรรมการและเลขานุการ

ชื่อผู้รับผิดชอบโครงการ

นายสถาพร จำรัสเลิศลักษณ์

ที่ปรึกษาโครงการ

ผู้ช่วยศาสตราจานย์ ดร. กิตติ กอบัวแก้ว

งบประมาณที่ได้รับจัดสรร

250,000.00

งบประมาณที่ใช้

250,000.00

ระยะเวลาดำเนินการ

ต.ค. 2547 - ก.ย. 2548